กระจกนิรภัยและกระจกชั้น
กระจกนิรภัยแบบเทมเปอร์และกระจกแซนด์วิชแบบลามิเนต คือการผสานเทคโนโลยีการผลิตกระจกขั้นสูงสองแบบเข้าด้วยกันอย่างลงตัว จนได้กระจกเพื่อความปลอดภัยระดับพรีเมียมที่ให้สมรรถนะโดดเด่นในงานใช้งานทั้งภาคที่พักอาศัย ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม วัสดุนวัตกรรมนี้รวมเอาคุณสมบัติด้านความแข็งแรงของกระจกเทมเปอร์เข้ากับคุณสมบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยของโครงสร้างแบบลามิเนต จึงได้ผลิตภัณฑ์ที่มอบการป้องกันและความน่าเชื่อถือที่เหนือระดับ การผลิตเริ่มจากการนำกระจกผ่านกระบวนการบำบัดความร้อนแบบควบคุม โดยให้ความร้อนจนถึงอุณหภูมิประมาณ 620 องศาเซลเซียส แล้วจึงทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็วด้วยลมพิเศษผ่านหัวฉีดอากาศเฉพาะทาง กระบวนการเทมเปอร์นี้ก่อให้เกิดแรงเครียดภายในที่สมดุล ซึ่งทำให้กระจกมีความแข็งแรงสูงกว่ากระจกธรรมดา (annealed glass) ได้ถึงห้าเท่า จากนั้นจึงนำแผ่นกระจกหลายแผ่นมาประสานเข้าด้วยกันโดยใช้ชั้นกลางจากโพลีไวนิล บิวทิรัล (PVB) หรือวัสดุพอลิเมอร์ขั้นสูงอื่นๆ ภายใต้ความร้อนและความดัน เพื่อสร้างโครงสร้างคอมโพสิตที่รวมเป็นหนึ่งเดียว นวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังกระจกนิรภัยแบบเทมเปอร์และลามิเนตนี้ ตอบโจทย์ประเด็นความปลอดภัยที่สำคัญยิ่งในงานสถาปัตยกรรมและออกแบบสมัยใหม่ เมื่อกระจกถูกกระแทก องค์ประกอบแบบเทมเปอร์จะให้ความต้านทานในระยะแรก ส่วนโครงสร้างแบบลามิเนตจะรับประกันว่าแม้กระจกจะแตกร้าว ก็จะไม่มีเศษกระจกหลุดร่วงกระจายออกอย่างอันตราย แต่จะยังคงยึดติดอยู่กับชั้นกลางแทน กลไกความปลอดภัยแบบสองชั้นนี้ทำให้กระจกนิรภัยแบบเทมเปอร์และลามิเนตเหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานติดตั้งกระจกเหนือศีรษะ (overhead glazing), ราวบันได (balustrades), แผ่นพื้นกระจก (floor panels), หน้าร้าน (storefronts) และการติดตั้งที่ต้องการความมั่นคงปลอดภัยสูง วัสดุชนิดนี้ยังมีคุณสมบัติในการกันเสียงได้ยอดเยี่ยม โดยสามารถลดการส่งผ่านเสียงได้สูงสุดถึง 35 เดซิเบล ขึ้นอยู่กับความหนาและการจัดวางโครงสร้าง นอกจากนี้ กระจกนิรภัยแบบเทมเปอร์และลามิเนตยังมีความสามารถในการกรองรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถบล็อกแสง UV ที่เป็นอันตรายได้สูงสุดถึงร้อยละ 99 ขณะยังคงรักษาการส่งผ่านแสงที่มองเห็นได้ (visible light transmission) ไว้ในระดับสูงสุด ความหลากหลายในการใช้งานด้านรูปลักษณ์ยังขยายออกไปอีก ด้วยการที่ผู้ผลิตสามารถใส่ชั้นกลางที่มีสี ลวดลายตกแต่ง หรือแม้แต่เทคโนโลยีกระจกอัจฉริยะ (smart glass) ลงไปในโครงสร้างแบบลามิเนตได้ ด้านสิ่งแวดล้อมก็ยิ่งเสริมความน่าสนใจของวัสดุนี้มากยิ่งขึ้น เพราะมีคุณสมบัติในการฉนวนความร้อน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายในการทำความร้อนและทำความเย็นของอาคาร ทั้งยังคงรักษาความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างไว้ได้ดีในทุกสภาพภูมิอากาศ